หลังจากที่สุนัขเริ่มตั้งท้อง ความเปลี่ยนแปลงของสุนัขจะเกิดขึ้นทั้งกับสุนัขและเจ้าของที่ต้องคอยดูแล ด้วยร่างกายและฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากเริ่มตั้งท้อง ตลอดช่วงเวลาที่ตั้งท้องกว่า 60 วัน มีสิ่งที่เจ้าของต้องเตรียมพร้อม เตรียมรับมือ ทั้งความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สรีระและอาหาร สุนัขต้องได้รับการดูแลมาเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมคลอดลูกๆ ที่น่ารักนั่นเอง ระหว่างนี้ เจ้าของต้องทำอะไรบ้าง เพื่อได้ช่วยให้น้องหมาได้คลอดอย่างปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง มาดูวิธีดูแลสุนัขท้อง เพื่อให้น้องหมาที่กำลังตั้งครรภ์แข็งแรงปลอดภัยกันเถอะ

สุนัขตั้งท้องช่วงไหน ตั้งท้องนานแค่ไหน
หลังจากสุนัขโตจนถึงช่วงวัยที่พร้อมผสมพันธุ์ โดยทั่วไปจะเป็นช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ความพร้อมในการเริ่มสืบพันธุ์จะแตกต่างตามกันตามสายพันธุ์ ในช่วงพร้อมสืบพันธุ์ (ช่วงติดสัด) หรือ Estrus นั้น สุนัขเพศเมียจะหลั่งสารฟีโรโมนเพื่อดึงดูดเพศผู้ให้มาผสมพันธุ์
ความถี่บ่อยโดยเฉลี่ยของสุนัขติดสัดจะอยู่ที่ปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งสุนัขเพศเมียจะมีอาการที่ชัดเจนและสามารถสังเกตได้ โดยที่อวัยวะเพศของตัวเมีย จะมีขนาดใหญ่ขึ้น บวมแดงและอาจมีเลือดซึม น้องจากนี้ยังมีเมือกขาวขุ่น มีเมือกไหลอยู่ตลอดเวลา ส่งเสียงร้องในลำคอหรืออยู่ไม่สุขเท่าไหร่ หากมีอาการเหล่านี้แสดงว่าสุนัขของคุณอยู่ในช่วงติดสัดอยู่นั่นเอง
หลังจากช่วงติดสัด สุนัขจะผสมพันธุ์กับตัวผู้ ซึ่งอาจผสมกับตัวผู้ได้หลายตัวและทำให้ลูกสุนัขมีลักษณะเด่น-ด้อย แตกต่างกันออกไป หลังจากเริ่มตั้งท้อง สุนัขจะใช้เวลาในการอุ้มท้อง 9 สัปดาห์ หรือ ประมาณ 60-65 วัน ก่อนจะมีเจ้าตัวน้อยออกมา ให้เราได้ปวดหัวเพิ่มกันอีก
สุนัขเวลาตั้งท้องดูยังไง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
หลังจากผ่านพ้นการผสมพันธุ์แล้วเริ่มต้นการตั้งท้อง สุนัขจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เจ้าของต้องหมั่นสังเกต การตรวจสอบการท้องที่แม่นยำที่สุดคือการเจาะเลือดไปตรวจกับสัตวแพทย์ แต่เจ้าของก็สามารถตรวจสอบเบื้องต้นก่อนได้ ว่าสุนัขกำลังตั้งท้องอยู่หรือไม่
ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ของสุนัขตั้งท้อง
เมื่อเริ่มตั้งท้อง บริเวณเต้านมของสุนัขจะมีลักษณะที่สังเกตได้ทันที หัวนมจะเริ่มเต่งตึงและขยายใหญ่ขึ้น จะมีสีที่คล้ำขึ้น ฐานรอบหัวนมจะขยายกว้าง บางครั้งจะมีน้ำนมซึมบ้าง นอกจากนี้ สุนัขจะมีน้ำหนักเพิ่ม มีการกินอาหารต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าปกติ
ความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม ของสุนัขตั้งท้อง
ในช่วงตั้งท้องแรกๆ จะมีการเข้ามาเล่นและพยายามอ้อนเจ้าของตามปกติ แต่ในช่วงที่ท้องแก่มากขึ้น สุนัขจะค่อนข้างปลีกตัวออกและจัดการที่นอน หรือ หาสถานที่ที่ดูปลอดภัยสำหรับพักตัว เพื่อเตรียมพร้อมในการคลอด ส่วนนี้เป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมานั่นเอง
ความเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหาร ของสุนัขตั้งท้อง
สุนัขจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทั้งจากการแบกลูกน้อยในท้องและการที่ต้องกินอาหารเพิ่มเพื่อบำรุงร่างกาย โดยทั่วไปในช่วงการตั้งท้อง 1-6 สัปดาห์แรกนั้นให้เพิ่มปริมาณอาหารจากที่ให้ปกติเล็กน้อย แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ 7-9 ให้เพิ่มปริมาณอาหาร 15-20% เพื่อให้เพียงพอ ทั้งกับตัวแม่สุนัขและลูกๆ ที่เริ่มดูดซึมอาหารในท้อง นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมให้แม่สุนัขมีน้ำนมเพียงพอให้เลี้ยงลูกๆ ได้ด้วย
อาหารของสุนัขตั้งท้อง จะเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างน้อย 22% เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสารอาหารเพียงพอต่อลูกๆ ที่อยู่ในท้อง
ลองดูอาหารสุนัขสูตรพรีเมียมจาก JOMO ที่มีโปรตีนสูง 23% เหมาะกับสุนัขตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียม อย่างน้ำมันปลาแซลมอน เนื้อแกะออสเตรเลีย ช่วยให้น้องหมาที่กำลังตั้งครรภ์สดใส สุขภาพดี แข็งแรง สั่งซื้ออาหารสุนัขพรีเมียม JOMO ให้กับน้องหมาตั้งครรภ์ของคุณได้แล้ววันนี้ ส่งฟรีทั่วประเทศ

อาการแพ้ท้องในสุนัข
สุนัขสามารถแพ้ท้องได้ แต่อาการแพ้ท้องของสุนัขจะไม่ได้เหมือนของมนุษย์เรา โดยพวกเขาจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย เกิดขึ้นจากการที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป สัญญาณของการแพ้ท้องของสุนัขที่สามารถสังเกตได้ เช่น
อาการอาเจียน
สุนัขจะมีอาการอาเจียนในช่วงวันที่ 21-25 หลังจากตั้งท้อง เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย การอาเจียนไม่มีอันตรายใดๆ แต่จะพบได้เล็กน้อย สุนัขจะไม่ได้มีอาการเหล่านี้มากนัก หากมีอาการอาเจียนให้ปรับอาหารสุนัข เป็นการให้อาหารน้อยลงในแต่ละมื้อแต่ให้อาการต่อเนื่องตลอดวัน
นิสัยเปลี่ยนไป
สุนัขที่เคยมีนิสัยขี้เล่น ชอบวิ่งเล่น ในช่วงที่ท้องก็จะมีลดความคึกคักตรงนี้ลงไปบ้าง จะมีการแยกตัวออกจากผู้คนหรือออกจากสุนัขตัวอื่น ปกติแล้วไม่นับว่ามีอันตรายใดๆ เพียงแค่เป็นสัญญาณการเตรียมพร้อมเพื่อเป็นแม่เท่านั้น

ข้อควรระวังและวิธีดูแลสุนัขตั้งท้อง จนถึงหลังคลอด
ในช่วงท้องแก่และคลอดลูกใหม่ๆ มีสิ่งที่เจ้าของต้องสังเกตและระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่สุนัขและลูกๆ ให้แข็งแรงและไม่มีอันตรายจากการคลอด
การให้แคลเซียมเพียงพอต่อแม่สุนัขช่วงให้นม
แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นมากต่อการสร้างน้ำนม ดังนั้นแล้วแม่สุนัขหลังคลอดควรได้รับแคลเซียมมากเป็นพิเศษในช่วงให้นมลูก โดยอาจเพิ่มเมนูอย่างนมแพะ หรือ นมสำหรับสุนัข ให้กับแม่สุนัขระหว่างช่วงให้นม เนื่องจากสุนัขอาจจะเกิดโรคไข้น้ำนม (Eclampsia in Dogs) ซึ่งเกิดจากแคลเซียมในร่างกายไม่เพียงพอ มีผลรุนแรงถึงขั้นทำให้ช็อกและตายได้
อย่างไรก็ตามไม่ควรให้แคลเซียมเสริมในระหว่างตั้งท้อง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะคลอดยากของสุนัขได้
ตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์
การตรวจสุขภาพของสุนัขก่อนคลอด จะเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อความมั่นใจว่าสุนัขมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอ เพราะในกรณีที่แม่สุนัขอายุมาก อาจต้องได้รับอาหารเสริมหรือการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกสุนัขที่จะเกิดมา
ช่วงท้องแก่ ต้องดูแล แยกแม่สุนัขออกจากสุนัขที่เป็นเริมหรือป่วย
โรคเริมในสุนัข (Canine herpesvirus) เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปแต่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่โรคเริมนั้นมีผลที่รุนแรงต่อลูกสุนัขแรกเกิด มีความอันตรายและสามารถติดต่อกันจากแม่สุนัขลงไปสู่ลูกสุนัขในท้องได้เช่นกัน ซึ่งต้องระวังไม่ให้สุนัขที่ป่วยเข้าใกล้กับแม่สุนัขที่ตั้งท้องอยู่
ดูแลสถานที่ที่สุนัขจะคลอดให้เหมาะสมกับการคลอด
ช่วงใกล้คลอดสุนัขบางตัวจะขุดหลุมหรือโพรง เพื่อให้พร้อมกับการคลอด แต่สุนัขบางตัวก็จะคลอดในพื้นที่บ้าน ที่นอนของตัวเองเช่นกัน เจ้าของต้องเตรียมผ้าหรือหมอนเพิ่มเพื่อให้สุนัขได้พิงหลังเพียงพอ ให้ดุมีความอบอุ่นเพราะอากาศหนาวและพื้นที่ที่เปียกชื้นเป็นอันตรายต่อลูกสุนัขแรกเกิดได้

ความเสี่ยงในการแท้งลูกของสุนัข
สิ่งหนึ่งที่เจ้าของต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือความเสี่ยงที่สุนัขจะแท้ง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากสุนัขไม่ได้รับการดูแลและป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ดีพอ ปัจจัยที่ทำให้สุนัขแท้งลูกได้นั้น มีดังนี้
การติดเชื้อต่างๆ ในช่วงตั้งท้อง
ในสุนัขช่วงตั้งท้อง จำเป็นต้องแยกสุนัขที่ป่วยให้ห่างจากกัน เพราะอาจเกิด โรคบรูเซลโลสิสในสุนัข หรือ โà¸
