อาการหมาไม่สบายนั้นมีหลากหลาย โดยปัญหาหลักคือน้องหมาก็ไม่สามารถพูดบอกเราได้ ทำให้เจ้าของต้องกังวลทุกครั้งที่น้องหมาร้องด้วยความเจ็บปวด เราเลยรวบรวมอาการไม่สบายที่น่าเป็นห่วงของน้องหมา เพื่อให้เจ้าของสามารถพาพวกเขาไปรักษาได้อย่างทันท่วงที

13 อาการ เมื่อน้องหมาไม่สบาย
อาการไม่สบายของสุนัขมีมากมาย ตั้งแต่อาการเบา ๆ อย่างเห็บหมัดกัดที่เจ้าของสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ไปจนถึงอาการไม่สบายหนักที่ต้องส่งให้ถึงมือหมอทันที ซึ่งการทำความรู้จักกับอาการป่วยของน้องหมา ก็จะทำให้เจ้าของสามารถพาไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ดีเนื่องจากสุนัขพูดกับเราไม่ได้ เราจึงต้องสังเกตพวกมันอย่างสม่ำเสมอ โดยอาการป่วยหลัก ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้
1. ท้องเสียหรือท้องผูก
หากสุนัขมีอาการท้องเสียหรือท้องผูกต่อเนื่องนานกว่า 48 ชั่วโมง หรือมีอาการผิดปกติที่พบได้ในมูลสุนัข อย่างเลือด หรือเมือก ก็ควรนำสุนัขไปพบแพทย์ โดยถ้าเป็นไปได้ก็นำมูลสุนัขไปด้วย
2. อาการปัสสาวะลำบาก
สุนัขมีอาการฉี่ลำบาก ร้องครางเวลาปัสสาวะ เกร็งหลัง หรือมีเลือดในฉี่
3. กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย
หากคุณไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนยี่ห้ออาหาร อาการกระหายน้ำมากผิดปกติ หรือการปัสสาวะบ่อย เป็นสัญญาณหลักของอาการป่วยในสุนัข ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานหรือโรคไต โดยปกติต่อวันสุนัขจะดื่มน้ำประมาณ 20-70 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว
4. อาเจียน สำลัก จาม หรือไอ
อาการป่วย หรือสำลักทุกครั้งที่ทานข้าวนั้นเป็นอาการที่อันตรายมาก การอาเจียนเป็นสัญญาณของอาการภูมิแพ้ และการติดเชื้อที่รุนแรงโดยเฉพาะในสุนัขอายุมาก ส่วนการไอเป็นสัญญาณของโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัข
5. ไม่กินอาหารมามากกว่า 24 ชั่วโมง
สาเหตุที่น้องหมาไม่ยอมกินอาหารนั้นมีมากมาย แต่หากสุนัขไม่ยอมกินมากกว่าหนึ่งวัน ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
6. เหงือกบวมแดง
อาการเหงือกบวม, แดง รวมไปถึงอาการปากเหม็นเป็นอาการบ่งชี้ปัญหาโรคเหงือก โดยหากอาการหนักมาก ๆ อาจถึงขั้นสูญเสียฟัน อาหารร่วงจากปาก และน้ำหนักลดเนื่องจากกินอาหารไม่ได้
7. น้องหมาเลียอย่างผิดปกติ
การเลียกรงเล็บ สะโพก หรือบริเวณหางอาจบ่งบอกอาการแพ้ แต่หากสุนัขเลียพื้นหรือปากไม่หยุด อาจเป็นสัญญาณของอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ควรนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อความมั่นใจ
8. น้ำตาไหล น้ำมูกไหล
อาการจาม หอบ น้ำมูกน้ำตาไหล หายใจลำบาก หรืออาการป่วยอื่น ๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคทางเดินหายใจ
9. คันและเป็นรังแค
อาการทางผิวหนังเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดของสุขภาพสุนัข โดยผิวหนังของน้องหมาควรจะลื่นนิ่ม มีสีชมพูไม่ก็ดำ โดยอาการคัน มีแผล มีตุ่ม และอาการด้านผิวหนังอื่น ๆ อาจแสดงถึงอาการแพ้เห็บ ซึ่งการแพ้เห็บอาจเป็นหนึ่งในแมลงที่อาจก่อให้อาการแพ้ และอาจก่อให้เกิดโรคได้หลายโรค
10. น้ำหนักเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดอย่างฉับพลันภายใน 2-4 สัปดาห์ หรือการเพิ่ม/ลดน้ำหนักเรื่อย ๆ ตลอดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจเป็นสัญญาณของอาการป่วย
11. สุนัขแสดงอาการเหนื่อย หมดแรง หรือดูสุขภาพย่ำแย่
หากสุนัขมีอาการผิดแปลกไปจากเดิม ซึมลง เจ้าของควรดูแลอย่างใกล้ชิด โดยหากอาการยังไม่หายไป ควรรีบพาสุนัขไปพบแพทย์
12. น้องหมาซึม ไม่ยอมเล่นด้วย
ถ้าหากเดิมสุนัขจะวิ่งมาทักทายตั้งแต่เราเปิดประตูบ้าน แต่ตอนนี้กลายเป็นไปนอนหลบอยู่ใต้เก้าอี้ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าน้องต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งคุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณมีส่วนในการทำให้เขาหรือเธอเป็นแบบนั้นหรือเปล่า อาจมีการย้ายบ้าน มีคนมาอยู่ใหม่ หรืออาจเครียดงานจนไม่ยอมเล่นกับสุนัข อย่างไรก็ดีหากทุกอย่างปกติเช่นเดิมแต่น้องหมายังซึมไม่หาย ต้องปรึกษาสัตวแพทย์ พวกเขาอาจกำลังเผชิญกับอาการป่วยที่คุณมองไม่เห็น
13. สุนัขดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หากอยู่ ๆ น้องหมาก็เกิดดุร้ายขึ้นมาจากที่ปกตินิ่งสงบเสงี่ยม จะเกาหัวก็กลายเป็นขู่เรา ให้ลองศึกษาพฤติกรรมดูว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า และพาไปพบสัตวแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

วิธีการดูแลสุนัขป่วย
เมื่อสัตวแพทย์ตรวจพบอาการป่วยและได้ทำการรักษาเป็นที่เรียบร้อย เจ้าของอาจจะต้องมีการป้อนยา ทำแผล หรือพาไปฉีดยาที่คลินิกบ่อย ๆ ซึ่งไม่ว่าจะขั้นตอนไหนก็เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับทั้งสุนัขและเจ้าของ โดยวิธีการดูแลพวกเขาในยามเจ็บไข้ได้ป่วยมีดังนี้
ปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด
เพราะคุณหมอจะเข้าใจอาการป่วยของน้องหมามากที่สุด หากสัตวแพทย์สั่งยาอะไรก็ตาม ก็ควรให้น้องหมากินอย่างครบถ้วนตามมื้ออาหาร หรือเวลาที่กำหนด เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด และงดให้อาหาร/ขนมที่สัตวแพทย์สั่งห้าม ถึงแม้น้องหมาจะทำท่างอแงก็ตาม
ให้น้องหมาพักผ่อนให้เพียงพอ
เมื่อน้องหมาป่วย พวกเขาต้องการการพักผ่อนที่มากกว่าปกติ ควรจัดที่ส่วนตัวให้พักผ่อน ห่างไกลจากเสียงดัง สัตว์อื่น และเด็ก ๆ ที่จะมากวนการนอน โดยสุนัขที่ป่วยด้วยโรคบางโรคอาจสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติเพื่อให้ได้ขยับตัว แต่บางโรคก็ควรนอนพักอย่างเดียว ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้งเพื่อการดูแลที่ถูกต้อง
ป้องกันอาการติดเตียง
หากสัตวแพทย์ไม่ได้สั่งห้ามการออกกำลังกาย และน้องหมาสามารถลุกเดินได้ ควรพาไปเดินเบา ๆ ระยะไม่ไกลมากทุกวัน เนื่องจากการนอนนิ่ง ๆ ในท่าเดิมอาจทำให้เกิดแผลกดทับได้ แถมการได้สูดอากาศนอกบ้านบ้างก็ยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น และช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ โดยเจ้าของก็อาจนำเอาเบาะนอนของน้องหมาไปทำความสะอาดในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ดีหากน้องหมาเป็นหวัด ก็ไม่ควรพาออกไปเดินเล่นในช่วงอากาศหนาวหรือฝนตก
ดูแลการเข้าห้องน้ำของสุนัข
พวกอาจไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำได้อย่างเดิม อาจมีการขับถ่ายบนที่นอน ซึ่งเจ้าของก็ควรจะเปลี่ยนที่นอนและทำความสะอาดทุกวัน โดยหากระหว่างทางไปเข้าห้องน้ำน้องหมาอั้นไม่อยู่ ก็อย่าดุพวกเขาเหมือนเวลาปกติ เพราะอาจทำให้น้องหมาเครียดได้
ดูแลอาหารการกินให้ดี
หากสัตวแพทย์สั่งให้ทานอาหารเฉพาะโรค ก็ควรจัดให้ทานครบตามมื้อ กันไม่ให้สุนัขได้กินอาหารปกติของน้องหมาตัวอื่น ๆ และควรปรึกษาสัตวแพทย์หากจะให้อาหารอื่น ๆ นอกเหนือไปจากอาหารเฉพาะโรค โดยควรแจ้งสมาชิกในบ้านอย่างชัดเจนถึงวิธีการดูแลน้องหมา เพราะแม้แต่ขนมชิ้นเดียวก็อาจส่งผลให้เกิดอาการป่วยหรือส่งผลเสียได้
เลือก JOMO ช่วยบำรุงสุขภาพน้องหมายามเจ็บไข้ได้ป่วย ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียมเพื่อเพื่อนรักสี่ขา อาหารเม็ดของ JOMO เลือกใช้ส่วนผสมนำเข้า โปรตีนหลักจากเนื้อแกะออสเตรเลีย ไร้ by-product อย่างเนื้อไก่หรือข้าวโพด พร้อมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข ซึ่งด้วยเม็ดเล็ก ทานง่าย และปราศจากกลูเต็น ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้น้องหมาแพ้อาหาร คัน ขนร่วง โรคภูมิแพ้ ลำไส้อักเสบ และปัญหาด้านโภชนาการอื่น ๆ หมดกังวลน้องหมาแพ้อาหาร แพ้เนื้อไก่ สั่งซื้อเลย
ดูแลอย่าให้น้องหมาขาดน้ำ
เช่นเดียวกันกับคน สุนัขป่วยก็ต้องการน้ำมากกว่าปกติ โดยเฉพาะสุนัขที่กำลังต่อสู้กับโรคจากแบคทีเรียหรือปรสิต ซึ่งอาจทำให้น้องหมารู้สึกขาดน้ำและอ่อนแรงได้ ดังนั้นควรวางชามน้ำสะอาดไว้ใกล้ ๆ พวกเขาเมื่อไม่สบาย
การดูแลหลังผ่าตัด
หากสุนัขต้องได้รับยาสลบ พวกเขาต้องใช้เวลาในการฟื้นกลับมาเดินได้ปกติอย่างเดิม ควรหาที่สงบปลอดภัยให้นอน และดูแลพาเดินเมื่อฟื้น หากสัตวแพทย์แนะนำให้พักผ่อน งดการวิ่งเล่น ก็ควรทำตามนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมา โดยหากมียาก็ควรดูแลป้อน ทา หยอดยาให้ครบถ้วน และอ่านฉลากทำความเข้าใจก่อนให้ยา หรือหากต้องทำแผลก็ควรทำตามที่สัตวแพทย์แนะนำ สังเกตอาการบวม แดง ทุกวัน หากต้องใส่คอลลาร์, ปลอกคอกันเลีย ก็ต้องดูแลไม่ให้หลุด
ทำความสะอาดขนสุนัข
เมื่อน้องหมาป่วย พวกเขาจะไม่สามารถเลียทำความสะอาดตัวเองได้เช่นเดิม ซึ่งสำหรับสุนัขที่รักสะอาดแล้ว อาจเป็นความอึดอัดอย่างหนึ่งได้ แน่นอนว่าเราไม่ควรพาน้องหมาไปอาบน้ำ แต่เราสามารถใช้ผ้าเปียกเช็ดหน้า เช็ดตัวน้องหมาได้ นี่จะช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
สังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ
หากสุนัขต้องทานยา ให้เฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยาที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงเฝ้าดูการขับถ่าย หากยังไม่กลับคืนสู่ปกติหลังการรักษา ให้นำไปพบสัตวแพทย์ และสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเสมอ

