🐾 รับ JOMO Points ใช้แทนเงินสด ทุกการสั่งซื้อบนเว็บไซต์ แค่สมัครสมาชิก

หมาปวดท้องทำยังไง? สรุปสาเหตุ & การดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้าน

เมื่อน้องหมาไม่สบาย มีอาการเจ็บปวด ปัญหาหลักคือพวกเขาไม่สามารถพูดบอกเราได้ว่าเจ็บตรงไหน โดยเฉพาะอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เจ้าของจึงต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับน้องหมา ซึ่งเมื่อน้องหมาปวดท้องจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร น้องหมาปวดท้องทำยังไง? เกิดจากสาเหตุอะไร? มีวิธีการดูแลเบื้องต้นที่บ้านไหม เมื่อไหร่ถึงต้องพาไปพบสัตวแพทย์ ตามมาอ่านได้เลย 

สุนัขสีดำนอนอยู่บนพื้นไม้
Photo by Dominik QN on Unsplash

หมาปวดท้อง มีสาเหตุจากอะไร?

มีสาเหตุมากมายที่ทำให้สุนัขปวดท้อง อาจเป็นเรื่องธรรมดา ๆ อย่างอาหารไม่ย่อยไปจนถึงโรคมะเร็ง ซึ่งหากสุนัขมีอาการผิดปกติอย่างอาเจียนบ่อย ๆ ท้องเสียเป็นประจำ หรือมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ ซึ่งคุณหมอจะมีการตรวจร่างกายเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยสาเหตุที่อาจทำให้สุนัขปวดท้องมีมากมาย ดังนี้

อาหารไม่ย่อย

สุนัขในปัจจุบันมีกระเพาะอาหารที่อ่อนแอกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาที่อาศัยตามธรรมชาติ ทำให้เจ้าของต้องช่วยระวังอาหารการกินของสุนัขเพื่อป้องกันเรื่องอาหารไม่ย่อย ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุอย่างกรดเกินในกระเพาะอาหาร, การเพาะอาหารอักเสบ ที่เกิดจากการกินอาหารคุณภาพไม่ดี, ลำไส้อักเสบ ที่ทำให้กล้ามเนื้อภายในลำไส้บีบตัวจนอาหารเดินทางเร็วเกินไปจนลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำได้ทัน ส่งผลให้ท้องเสีย รวมไปถึงกินอาหารที่ไม่ควรกิน และเผลอกินของที่กินไม่ได้ อย่างของเล่น ถุงเท้า ฯลฯ

พยาธิในกระเพาะอาหาร

พยาธินั้นสามารถอาศัยในร่างกายสุนัขได้หลายส่วน และทำอันตรายได้มากมาย โดยพยาธิบางชนิดก็อาจติดต่อสู่คนได้ อย่างพยาธิไส้เดือนที่หากเข้าไปในลำไส้จะทำให้สุนัขเกิดอาการท้องเสีย จนตัวผอม หรืออย่างพยาธิปากขอก็ทำให้สุนัขขาดสารอาหารได้ นอกจากนี้การมีพยาธินั้นทำให้สุนัขมีโอกาสเป็นโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยง่ายขึ้น ทำให้สุนัขควรได้รับการถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอ ตามอายุของสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำ 

พาร์โวไวรัส

พาร์โวไวรัสเป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายในสุนัข โดยเฉพาะสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีน และสุนัขอายุต่ำกว่า 4 เดือน ไวรัสจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารของสุนัข ทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย อาเจียน อุจจาระเป็นเลือด ฯลฯ เมื่อมีอาการอาเจียนและท้องเสียมาก ๆ ก็อาจทำให้สุนัขขาดน้ำจนช็อกได้ โรคนี้ยังไม่มียารักษา ทำให้นับเป็นโรคที่อาจอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเมื่อเจ้าของพบว่าสุนัขมีอาการที่น่าเป็นห่วง ให้นำไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาแบบตามอาการอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือไวรัสนี้สามารถติดต่อไปสู่สุนัขอีกตัวได้ง่ายผ่านการสัมผัสอุจจาระ สิ่งแวดล้อม หรือผ่านคน จึงต้องระวังการติดต่อกับสุนัขตัวอื่น หากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

โรคกระเพาะบิด

สำหรับโรคกระเพาะบิด (Gastric Dilatation and Volvulus) เกิดจากการที่กระเพาะอัดแน่นไปด้วยแก๊ส น้ำ และอาหารมากผิดปกติ ทำให้มีอาการท้องอืด แต่บวกกับเมื่อมีการขยายตัวของกระเพาะนาน ๆ ร่วมกับกิจกรรมของสุนัข ก็ทำให้กระเพาะมีการบิดตัวไปขวางทางเดินอาหาร ทั้งทางเข้าและทางออก จนไม่สามารถระบายแก๊ส น้ำและอาหารออกได้ทำให้เกิดภาวะที่อันตรายถึงชีวิต ต้องพาไปพบแพทย์เพื่อสอดท่อหรือเจาะระบายแก๊สและอาหารออกอย่างเร่งด่วน ในบางรายต้องทำการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิต อาการนี้มักพบในสายพันธุ์ใหญ่เพศผู้ แต่ก็สามารถเกิดได้กับทุกตัว เจ้าของต้องระวังไม่ให้ทานอาหารมากจนเกินไป และอย่าให้สุนัขอดอาหาร หรือเครียด เพราะเมื่อได้กลับมาทาน น้องหมามีแนวโน้มที่จะทานมากเกินไปจนท้องอืด

สาเหตุอื่นที่อาจะทำให้น้องหมาปวดท้อง

นอกจากโรคที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีสาเหตุที่ทำให้น้องหมาเกิดอาการปวดท้องได้ ดังนี้

  • แก๊สในกระเพาะอาหาร
  • ท้องผูก
  • การติดเชื้อไวรัส
  • การตอบสนองต่อยา
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในระบบทางเดินอาหาร
  • ฮีตสโตรก
  • การเปลี่ยนอาหาร
  • ท้องผูก
  • โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
  • ไต/ตับล้มเหลว
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • ได้รับสารพิษ
  • เนื้องอกมดลูก
  • ความเครียด
  • แผลในกระเพาะอาหาร
  • แพ้อาหาร
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • โรคมะเร็ง
  • ภาวะย่อยอาหาร/ดูดซึมผิดปกติ
  • ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารแบบเฉียบพลัน
  • เมารถ

วิธีสังเกตอาการหมาปวดท้อง

เมื่อสุนัขมีอาการปวดท้อง จะมีการแสดงออกทางร่างกายหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเป็นผลมาจากอาการท้องและลำไส้ปั่นป่วน ปวดท้อง และปัญหาในระบบทางเดินอาหารอื่น ๆ ดังนี้

อ่อนเพลียและไม่สบายตัว

สุนัขที่ปวดท้องจะรู้สึกไม่มีแรง ไม่สามารถลุกมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังเดิม อาจถึงกับไม่กินข้าวและไม่กินน้ำ โดยน้องหมาอาจจะมีอาการเกร็งคล้าย ๆ คนก้มตัวเวลาปวดท้อง มีการเหยียดขาหน้า ยกก้นขึ้น หลังแอ่น ซึ่งเป็นอาการที่แสดงได้ชัดว่าน้องหมากำลังปวดท้อง

มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

เมื่อสุนัขปวดท้อง หรือมีอาการเจ็บปวด พวกเขาจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อาจเป็นการไม่ยอมวิ่งมาต้อนรับ หลบออกจากผู้คน หรือดุร้ายมากขึ้น โดยถ้าคุณสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ ให้ติดตามดูอาการของพวกเขาอย่างใกล้ชิด

ส่งเสียงร้องผิดปกติ

น้องหมาจะแสดงอาการปวดผ่านเสียงร้อง ไม่ว่าจะเป็นการร้องหงิง ๆ ขู่ หรือแม้กระทั่งหอน การส่งเสียงเหล่านี้คือการบอกเจ้าของว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในความเจ็บปวด

หอบหายใจ

สุนัขจะมีการหายใจหอบ ทั้ง ๆ ที่อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ไปออกกำลังกาย รวมถึงอาจมีการหายใจลึกกว่าเดิม 

สุนัขตัวสั่น

การที่สุนัขตัวสั่นผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าพวกเขากำลังหนาว แต่อาจแปลว่ากำลังไม่สบายตัวอยู่ อาจเป็นอาการถึงชีวิตอย่างการได้รับสารพิษ, ตับอ่อนอักเสบ, โรคไต รวมไปถึงสุนัขที่เผลอกินช็อกโกแลตหรือไซลีทอลเข้าไป ก็อาจมีอาการสั่นได้เช่นเดียวกัน

โดยหากสุนัขไม่ได้แสดงอาหารข้างต้น เจ้าของก็ยังสามารถสังเกตได้ด้วยวิธีเหล่านี้

ปากเหม็น

หากสุนัขปากเหม็นผิดปกติ กลิ่นเหม็นเปรี้ยว นี่อาจเป็นสัญญาณของกรดเกินในกระเพาะ

เรอมากผิดปกติ

หากสุนัขลมขึ้น หรือเรอมากผิดปกติ นั่นอาจแปลว่าน้องหมากำลังมีกรดเกินในกระเพาะ

ท้องขยาย แข็งตึง

การที่กระเพาะอาหารขยายตัวก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของแก๊สในกระเพาะ โดยหากท้องขยายไปจนถึงจุดที่ท้องแข็งตึง อาจเป็นสัญญาณของโรคกระเพาะบิด ที่นับเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องพบคุณหมอทันที

เลียปาก/เลียอากาศ/กลืนน้ำลาย

ทั้งหมดนี้เกิดจากความคลื่นไส้ รู้สึกไม่สบายท้อง การกระทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้อาเจียนออกมา

อาเจียนและท้องเสีย

หากสุนัขมีอาการปวดท้อง สองอาการนี้นับเป็นอาการชัดเจนและสังเกตง่าย โดยหากสุนัขอาเจียนบ่อย ๆ และ/หรือท้องเสีย ก็ควรดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้ขาดน้ำ

น้ำหนักลด

หากสุนัขไม่ยอมกินข้าว หรือน้ำหนักลดอย่างผิดปกติ นี่อาจเกิดจากอาการปวดท้อง หากสุนัขไม่ยอมกินข้าวเป็นเวลาติดต่อกันหลาย ๆ วัน ควรปรึกษาสัตวแพทย์

หากสุนัขมีอาการข้างต้นติดต่อกันหลายชั่วโมง รวมถึงถ่ายเป็นเลือด และเป็นไข้ ให้นำไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะหากยังเป็นลูกสุนัข อายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ถึง 6 เดือน เพราะนี่อาจเกิดจากเชื้อพาร์โวไวรัส ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงถึงชีวิตได้

สัตวแพทย์ทำการตรวจสุขภาพของสุนัข
Photo by Tima Miroshnichenko from Pexels

วิธีการดูแลรักษาหมาปวดท้องเบื้องต้น

หากสุนัขมีอาการปวดท้อง เจ้าของสามารถรักษาด้วยตัวเองที่บ้านได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง ให้นำไปพบสัตวแพทย์ทันที ซึ่งวิธีการดูแลสุนัขปวดท้องมีดังนี้

งดอาหาร

การงดอาหารก็เพื่อให้กระเพาะและระบบทางเดินอาหารของสุนัขได้พักจากการย่อยอาหาร อาจให้สุนัขเว้นอาหารไป 1-2 มื้อ หรือถ้าเป็นไปได้ก็เว้นไป 24 ชั่วโมงก่อนกลับมาให้อาหารตามปกติ นี่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของสุนัขกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติอีกครั้ง

ให้สุนัขทานน้ำแข็ง

หลังจากสุนัขอาเจียนหรือท้องเสีย พวกเขาจะต้องการน้ำเป็นปริมาณมากอย่างเร่งด่วน แต่หากดื่มน้ำมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่ออาการปวดท้องได้ การให้สุนัขทานน้ำแข็งจะช่วยลดปริมาณน้ำที่สุนัขบริโภคเข้าไป แต่ก็ยังไม่ได้น้อยเกินจนสุนัขขาดน้ำ วิธีการให้คือให้สุนัขทานน้ำแข็งเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะดีขึ้น

ให้ทานซุปกระดูก

ซุปกระดูกเป็นยาชั้นดีในการช่วยทำให้ท้องไส้ของสุนัขกลับมาปกติอีกครั้ง และยังช่วยให้สุนัขไม่ขาดน้ำขณะกำลังรักษาตัว อย่างไรก็ดีซุปกระดูกแบบโฮมเมดค่อนข้างใช้เวลาในการเตรียม หากสุนัขมีปัญหาปวดท้อง หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารบ่อย ๆ ให้เตรียมซุปแล้วแช่ฟรีซไว้ พร้อมใช้ยามฉุกเฉิน

ฟักทองกระป๋อง ยาช่วยย่อยชั้นดี

ฟักทองกระป๋องมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งแปลว่าสุนัขจะค่อย ๆ ย่อยอย่างช้า ซึ่งนี่ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารฟื้นฟูตัวเอง อย่าลืมศึกษาปริมาณในการป้อนสุนัข และปรึกษาสัตวแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสมในการให้สุนัขทาน นอกจากนี้ยังสามารถให้ข้าวขาว และโยเกิร์ตรสธรรมชาติเพื่อช่วยรักษาอาการปวดท้อà